Archive

Posts Tagged ‘CLR’

ประเภทของ Object ใน Java Virtual Machine และ Common Language Runtime

ใน Java Virtual Machine (JVM) และ Common Language Runtime (CLR) นั้น จะมี Type อยู่สองประเภทคือ Value Type และ Reference Type ซึ่ง Value Type จะเป็น Type ที่ Object จะเกิดการ Copy ตัวมันเองเมื่อมีการ Assign ตัวมันให้กับตัวแปรอื่น ส่วน Reference Type จะเป็น Type ที่ Object อาศัยอยู่บน Heap เท่านั้น ซึ่งต้องใช้ new ในการสร้างขึ้นมา

ใน JVM นั้น เราไม่สามารถสร้าง Value Type เพิ่มได้ ต้องใช้อันมี่ทีอยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจาก CLR ที่เราสามารถสร้าง Value Type เพิ่มได้ ทำให้ CLR มีข้อได้เปรียบอยู่หลายอย่าง เช่น

  • Performance ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก Value Type ไม่จำเป็นต้องจอง Memory บน Heap
  • ติดต่อกับ Native Code ได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก Type ใน Native Code จะเป็น Value Type

Object ที่เป็นชนิด Value Type นั้นสามารถแปลงเป็น Reference Type ได้ด้วยการ Wrap ไว้ใน Object ที่เป็น Reference Type อีกทีหนึ่ง ซึ่งการ Wrap นี่จะเรียกว่า “Boxing” ส่วนการแปลงกลับมาเป็น Value Type อีกครั้งจะเรียกว่า “Unboxing”

การ Boxing นั้น ใน C# จะสามารถ Assign ตัว Object ที่เป็นประเภท Value Type ใส่ตัวแปรที่เป็นคลาส System.Object ได้ทันที การ Unboxing นั้นก็เหมือนกัน สามารถ Cast กลับมาได้ทันที ส่วน Java นั้นเราจำเป็นต้องใช้คลาสที่มีมาให้อยู่แล้ว เช่น java.lang.Integer สำหรับ Wrap ตัว Object ที่เป็นชนิด int

การ Embed Common Language Runtime 4.0 โดยใช้ Visual C++ ภาค 1

สิ่งที่ต้องมี

  • ความรู้ Visual C++
  • ความรู้เกี่ยวกับ Component Object Model (COM)
  • ความรู้เกี่ยวกับ Common Language Runtime (CLR) และเรื่องอื่นๆของ .NET Framework

ภาพรวม

Component สำหรับ Embed CLR นั้น หลักๆจะมีอยู่สามส่วน คือ

  1. ICLRMetaHost เป็น Interface สำหรับจัดการกับ CLR ทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง เช่น ลิสเวอร์ชั่นที่ติดตั้ง
  2. ICLRRuntimeInfo เป็น Interface สำหรับจัดการกับ CLR เช่น Get พาธของแฟ้มที่ติดตั้ง CLR ตัวนั้น หรือสั่งโหลด CLR เข้ามาใน Process
  3. ICLRRuntimeHost เป็น Interface สำหรับจัดการกับ CLR ที่ถูกโหลดเข้ามาใน Process แล้ว เราจะสั่งรัน Common Intermediate Language (CIL) โดยใช้ Interface นี้

การ Embed นั้น งานหลักๆที่ต้องทำคือ

  1. เรียกฟังชั่น CLRCreateInstance เพื่อสร้าง Object ที่ Implement ICLRMetaHost
  2. ลิส CLR ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องทั้งหมดด้วย ICLRMetaHost::EnumerateInstalledRuntimes แล้วเลือกเวอร์ชั่นที่ต้องการจะ Embed หรือเรียก ICLRMetaHost::GetRuntime เพื่อระบุเวอร์ชั่นที่ต้องการได้เลย
  3. เรียก ICLRRuntimeInfo::GetInterface เพื่อโหลด CLR เวอร์ชั่นที่เลือกเข้ามาใน Process
  4. เริ่มการทำงานของ CLR ด้วยการเรียก ICLRRuntimeHost::Start
  5. รัน CIL ด้วย ICLRRuntimeHost::ExecuteInDefaultAppDomain

รายละเอียด

ก่อนอื่น ให้เรา Initialize COM สำหรับเธรดหลักโดยใช้ CoInitializeEx ก่อน ตัวอย่าง

hrResult = CoInitializeEx(nullptr, COINIT_APARTMENTTHREADED | COINIT_SPEED_OVER_MEMORY);

จากนั้น ให้เรียก CLRCreateInstance เพื่อที่จะ Get ข้อมูลของ CLR เวอร์ชั่นที่ต้องการ ตัวอย่าง

ATL::CComPtr pClrMetaHost;

hrResult = CLRCreateInstance(CLSID_CLRMetaHost, IID_ICLRMetaHost, reinterpret_cast(&pClrMetaHost));

ต่อไปสิ่งที่เราจะทำก็คือ เลือก CLR เวอร์ชั่นที่ต้องการใช้งาน ตัวอย่างการเลือกเวอร์ชั่น 4.0

ATL::CComPtr pClrInfo;

hrResult = pClrMetaHost->GetRuntime(L"v4.0.30319", IID_ICLRRuntimeInfo, reinterpret_cast(&pClrInfo));

พารามิเตอร์แรกของ ICLRMetaHost::GetRuntime จะเป็นเวอร์ชั่นของ CLR ที่ต้องการ โดยชื่อจะต้องตรงกับชื่อแฟ้มที่อยู่ใน C:\Windows\Microsoft.NET\Framework
พอได้ ICLRRuntimeInfo มาแล้ว สิ่งต่อไปที่เราจะทำก็คือ โหลด CLR ตัวนั้นเข้ามาใน Process ตัวอย่าง

ATL::CComPtr pClr;

hrResult = pClrInfo->GetInterface(CLSID_CLRRuntimeHost, IID_ICLRRuntimeHost, reinterpret_cast(&pClr));

เมื่อ CLR ถูกโหลดเข้ามาใน Process แล้ว เราต้องเริ่มการทำงานของ CLR ตัวนั้นเสียก่อน ถึงจะสามารถรัน CIL ได้ ตัวอย่างการรัน CLR

hrResult = pClr->Start();

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อไปก็คือ รัน CIL ที่เขียนขึ้นด้วยโค๊ดของ C# ต่อไปนี้

using System.Windows.Forms;

namespace Putta.CLREmbedding
{
    public class Application
    {
        public static int Start(string commandLine)
        {
            return (int)MessageBox.Show(string.Format("Message from CIL World ! Application Command Line is: {0}", commandLine), "Message", MessageBoxButtons.OKCancel);
        }
    }
}

ตัวอย่างการรัน

hrResult = pClr->ExecuteInDefaultAppDomain(L"Application.dll", L"Putta.CLREmbedding.Application", L"Start", pszCommandLine, &dwCilResult);

พารามิเตอร์แรกจะเป็นชื่อ Assembly ของ CIL ที่เราต้องการจะรัน พารามิเตอร์ที่สองจะเป็นชื่อคลาสของ Method ที่จะรัน ส่วนพารามิเตอร์ที่สามจะเป็นชื่อ Method ที่ต้องการจะรัน โดยต้องประกาศเป็นแบบ public static int และรับพารามิเตอร์เป็น string หนึ่งตัวเท่านั้น ส่วนค่าที่ Return จาก Method จะถูกเก็บไว้ใน dwCilResult

Project ตัวอย่าง

ดาวน์โหลดได้จาก ที่นี่