Archive

Archive for October, 2011

โปรแกรมประเภท Task Killer สำคัญหรือไม่?

หลายๆคนที่ใช้ Android ผมจะเห็นมีการใช้งานโปรแกรมประเภท Task Killer เกือบทุกคน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันแทบจะไม่มีความจำเป็นเลย !! ทำไมมันถึงจะไม่จำเป็นละ? ในเมื่อเวลาเราออกจากโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่ ตัวโปรแกรมมันยังคงอยู่ในรายชื่อโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่?

โปรแกรมใน Android ส่วนมาก เวลาเรากดปุ่ม back เพื่อออกจากโปรแกรม (หรือกดเมนูสำหรับปิดโปรแกรมจากภายในตัวโปรแกรม) ตัวโปรแกรมนั้นจะหยุดการทำงานไปแล้ว แต่ สาเหตุที่ยังเห็นมันอยู่ในรายชื่อโปรแกรมที่ยังทำงานอยู่ เพราะตัวระบบของ Android มันจะยังไม่ลบมันออกไปจาก RAM (แต่การทำงานของมันหยุดไปแล้ว) สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่า โปรแกรมใน Android มันจะเริ่มต้นการทำงานได้ช้า เพราะระบบต้องเสียเวลาในการแปลง Code ของตัวโปรแกรมให้กลายเป็น Code ที่ CPU เข้าใจก่อน โปรแกรมจึงจะเริ่มต้นการทำงานได้ ซึ่ง กระบวนการนี้จะทำงานตอนที่ระบบของ Android โหลดโปรแกรมเข้าสู่ RAM เพื่อที่จะเริ่มต้นการทำงานของโปรแกรมเท่านั้น ดั่งนั้น Android จึงยังไม่ลบโปรแกรมที่จบการทำงานแล้วออกจาก RAM ในทันที เพื่อให้โปรแกรมนั้นเริ่มต้นการทำงานในครั้งต่อไปได้เร็วขึ้น

จะมีเพียงโปรแกรมส่วนน้อยเท่านั้นที่เรากด back แล้วมันจะยังทำงานอยู่ โปรแกรมพวกนี้จะเป็นพวกที่ต้องการทำงานอยู่เบื้องหลัง และถ้ามันไม่ต้องการทำงานอยู่เบื้องหลังแล้ว พอกด back มันก็จะหยุดการทำงานเหมือนกัน เช่น โปรแกรมประเภทฟังเพลง (หรือคุณต้องการให้กด back เพื่อออกไปทำอย่างอื่นแล้วมันหยุดเล่นเพลง !!?? – -‘)

อ้าว งั้นแบบนี้เวลาเราเปิดปิดหลายๆโปรแกรม RAM มันก็จะหมดเอาสิ? คำตอบคือ ถ้า RAM ที่เหลืออยู่ไม่พอสำหรับใช้งาน ระบบจะทำการลบโปรแกรมที่จบการทำงานไปแล้วออกจาก RAM โดยอัตโนมัติ

สรุป ประโยชน์ของโปรแกรมประเภท Task Killer มีราวๆ

  1. ทำให้เราสามารถปิดโปรแกรมที่คนเขียนเขียนมาเอ๋อๆได้ ประมาณว่าไม่ต้องการทำงานเบื้องหลัง แต่กด back แล้วไม่ยอมจบการทำงาน (อยากอยู่ยงคงกระพันเพื่อกิน RAM เล่นว่างั้น – -‘) ซึ่งโปรแกรมเกือบทุกตัวจะไม่มีปัญหานี้
  2. ไว้ปิดโปรแกรมที่เกิดอาการ Deadlock (คืออาการที่โปรแกรมทำงานวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในโดยหาทางออกไม่ได้ โดยไม่ยอมรับการควบคุมของเรา ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงป่าเวทย์มนต์ (?) ที่เราเดินเท่าไหร่ก็วนกลับมาโผล่ ณ จุดจุดเดิม ประมาณนี้ ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็จงไม่เข้าใจต่อไปแล้วกัน อธิบายไม่ถูกละ – -‘)
  3. ไว้ทำให้ RAM เหลือเยอะอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง ไม่มีประโยชน์เลยยยยยยย เพราะเวลาที่เราเรียกใช้งานโปรแกรมอื่นในตอนที่ RAM ไม่พอ กระบวนการลบโปรแกรมที่จบการทำงานไปแล้วออกจาก RAM มันเร็วมาก เร็วกว่าการแปลง Code ให้ CPU เข้าใจตอนเริ่มต้นการทำงานหลายเท่าตัว อาจจะต่างกันเป็นล้านเท่าตัว !!
  4. ทำให้เราเปิดโปรแกรมที่ปิดไปแล้วได้ช้าลง (อันนี้ประชด – -‘)
  5. ทำให้เราพลาดอะไรบางอย่าง เช่น SMS ถ้าเผลอไปสั่งหยุดการทำงานของโปรแกรม SMS ในตอนที่ SMS เข้ามาพอดี เพราะโดยปรกติแล้ว โปรแกรม SMS มันจะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลาเพื่อรอข้อความจากใครคนหนึ่ง~* (อันนี้ก็ประชดอีก – -‘)
  6. กิน RAM กับเพิ่มภาระให้ CPU (ประชดอีกรอบ – -‘) เพราะโปรแกรมประเภทนี้ ส่วนมากมันจะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา

ก่อนจบ การกดปุ่ม back และปุ่ม home เพื่อออกจากโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ มันให้ผลลัพธ์คนละแบบกันนะคับ !! ส่วนมันต่างกันยังไงนั้น ไว้แยกเป็นอีกบล็อกไปเลยจะดีกว่านะ…

ว่าด้วยเรื่อง CPU และแบตเตอรี่

หลายๆคนมักจะคิดว่า ยิ่ง CPU ของ Smartphone แรงกว่ารุ่นเดิมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วเท่านั้น ซึ่ง จริงๆแล้วมันไมใช่ เพราะโดยส่วนมากแล้ว CPU รุ่นใหม่ๆ มักถูกพัฒนาให้ใช้พลังงานเท่าเดิมหรือน้อยกว่ากับรุ่นก่อนหน้านั้น ต่อให้รุ่นก่อนหน้านั้นเป็น 1 Core และรุ่นใหม่เป็น 2 Core ก็ตาม

ในการใช้งานจริง CPU รุ่นใหม่ ที่แรงกว่ารุ่นเก่า จะใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นเก่า เนื่องจากอัตราการโหลดของ CPU จะต่ำลง เพราะมันทำงานเสร็จเร็วขึ้น เหมือนๆกับคนสองคนยกของหนักเท่ากัน คนหนึ่งมีกล้ามเยอะกว่า อีกคนผอมแห้งแรงน้อย คนมีกล้ามเยอะกว่าจะยกโดยรู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าคนไม่มีกล้าม และออกแรงน้อยกว่าคนไม่มีกล้าม

Categories: Hardware, Smartphone Tags: , ,